Profil von Tanaiบันทึกของเด็กน้อยFotosBlogListen Extras Hilfe

Tanai Ketwongkot

บันทึกของเด็กน้อย

เด็กน้อยก็คือเด็กน้อย
04 Juni

เราอาจจะห่างกันสักพักใหญ่

สวัสดีเพื่อนๆ
 
                  ที่เขียนไม่ได้แสดงเจตนาว่าจะไปเรียนต่อ ทำงาน หรือไปไหนไกลๆ แต่แค่จะมาบอกไว้เพราะตอนนี้เรียนจบ เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต และอาจจะเป็นโอกาสที่สำคัญที่มีให้ภายในสิ้นปีนี้ ในการพัฒนาส่วนที่ขาดหายในชีวิต เพื่อใช้ในการทำงาน หรืออาจจะเรียนต่อต่อไป ดังนั้นเพื่อลบความแตกต่างกว่าสิบปีที่ห่างหายไป เราจำต้องใช้เวลามากขึ้น มุ่งมั่นลบความแตกต่างดังกล่าว
 
                 ดังนั้นขอให้เพื่อนที่ทั้งไปใกล้ ไปไกล ไปไหนต่อไหน หรือว่าจะไม่ไปไหน โชคดีนะ เราแค่อาจจะไม่ได้เล่นเอ็มบ่อยเหมือนตอนนี้เท่านั้นแหละ (เพราะตอนนี้เล่นมากจนเกินไป) แต่ก็คงเจอๆกันบ้าง ถ้าเวลาของเราตรงกัน
 
 
ปล. อิอิ แต่ไม่รู้จะเริ่มได้เมื่อไหร่นะ เพราะคิดไม่กี่วัน และกำลังพยายามทำนะ 
 แด่นางฟ้าขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ มีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำ และกำลังจะทำเสมอ เป็นกำลังใจให้ตลอดมา และจะตลอดไป ตราบกระทั่ง...(ตอบไม่ได้)  
12 März

นายแพทย์ประกิตเผ่า

นายแพทย์ประกิตเผ่า

                ชีวิตที่เหมือนกับละครน้ำเน่าทางทีวีบ้านเรามีให้เห็นอีกครั้ง กับชีวิตของนายแพทย์ประกิตเผ่า ซึ่งกลายมาเป็นข่าวใหญ่โต และวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมปัจจุบัน โดยเรื่องมีอยู่ว่า นายแพทย์ประกิตผ่าถูกทางครอบครัวจับตัวส่งโรงพยาบาลศรีธัญญา ด้วยข้อกล่าวหาว่าเป็นโรคจิต ชนิดหวาดระแวง เมื่อประมาณสองอาทิตย์ที่ผ่านมา และถูกเปิดเผยเมื่อนางสาวเปมิกาผู้เป็นเพื่อนสนิทต่างวัยของนายแพทย์ประกิตเผ่าออกมาฟ้องร้องต่อตำรวจว่า นายแพทย์ประกิตเผ่าไม่ได้ป่วยแต่อย่างใด หากแต่ถูกควบคุมตัวอยู่โรงพยาบาล และนั่นก็ทำให้เกิดกระแสข่าวออกมาจากทั้งสองทาง เกี่ยวกับทรัพย์สินกว่า 100 ล้านต่อปีของนายแพทย์ประกิตเผ่า ทั้งจากฝ่ายของครอบครัวของนายแพทย์ที่อ้างว่า กลุ่มของนางสาวเปมิกาได้ชักชวนลูกไปนั่งสมาธิจนเกิดอาการทางจิตดังกล่าว ในฝ่ายตรงกันข้ามกลับตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับทางครอบครัวพยายามจะให้กลายเป็นผู้วิกลจริต เพื่อจะได้ขอศาลให้กลายเป็นผู้อนุบาลถือครองทรัพทย์สินของนายแพทย์ประกิตเผ่า

                ในอีกแง่มุมหนึ่งที่หลายคนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดคือ นายแพทย์ประกิตเผ่ามีอาการผิดปกติทางจิตจริงหรือไม่ ซึ่งจากการพิจารณาคดีของศาลสรุปได้ความในวันนี้ว่า นายแพทย์ประกิตเผ่าป่วยทางจิตจริง ดังนั้นที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเวลาก่อนหน้าเป็นไปเพื่อการบำบัด มิใช่เพื่อกักกันตัวแต่อย่างใด

          คำถามที่เกิดขึ้นต่อไปที่น่าสนใจคือ เหตุการณ์นี้จะเป็นเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์กฎหมายไทยเลยก็ได้ ที่ให้อำนาจแก่ทางโรงพยาบาลในการตัดสินความเป็นปกติ-ผิดปกติของคนในสังคม พร้อมทั้งให้โอกาสในการควบคุมบุคคลได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ เพื่อรักษาคนไข้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วความผิดปกติทางจิตหรือเรียกกันง่ายๆว่า บ้า ยังคงถกเถียงในทางวิชาการระหว่างสังคมศาสตร์กับวิทยาศาสตร์ เพราะความแน่นอนของวิทยาศาสตร์กลับไม่ได้แสดงว่าแน่นอนทุกคราวไป มีหลายกรณีที่มีการตรวจจากบุคคลทางการแพทย์ให้การวินิจฉัยที่แตกต่างกันไป หรือการกำหนดความผิดปกติทางการแพทย์ไม่ได้มีความเป็นกลาง ปราศอคติในความคิดทางสังคมครอบงำอยู่ เช่น การกำหนดเพศที่สามเป็นความผิดปกติ เป็นต้น

                ท้ายที่สุดเพียงแต่ฝากความหวังให้แก่ทุกคนอย่าพยายามจำนนกับสิ่งต่างๆ สยบยอมความน่ากลัวที่สังคมใส่สีแต่งแต้มความ บ้า ให้เป็นสิ่งอันตรายและน่ากลัวเกินกว่าความจริง จนกระทั่งละทิ้งเสรีภาพที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับชีวิตของเราทุกคน

 

ปล. ไม่มีอะไรมาก ไม่ได้อัพนาน ลองมาเขียนอะไรที่มันเป็นความคิดหน่อยดีกว่า

02 Januar

สวัสดีปีใหม่

สวัสดีปีใหม่ทุกๆคน
 
          ไม่ได้อัพมานานมากแล้ว ปีใหม่ อะไรก็ใหม่แล้ว ก็เลยว่าจะมาเริ่มกันเลยดีกว่า ทั้งที่ตอนแรกว่าจะไม่อัพอีกแล้วนะเนี่ย แต่เนื่องจากว่าไหนๆบันทึกก็ไม่ต้องเขียนละ ก็เลยมาหาที่ระบายความคิดหน่อยก็ไม่เสียหาย ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ
 
          แม้ว่าท้ายปีเราจะไม่สนุกสนานเต็มที่ และเริ่มปีใหม่ด้วยความหวาดหวั่นจากการก่อความไม่สงบ แต่มันก้ทำให้เกิดความรู้สึกท้าทายตัวเองไม่น้อยเหมือนกัน ที่จะออกไปที่ชุมชน บ่อยๆ อย่างน้อยก็อยากให้รู้สึกว่าเราไม่ได้กลัวคุณแต่ประการใด (555 อ่านดูแล้วยิ่งใหญ่ไหม)
 
          ปีใหม่ปีนี้เราอยากไปเที่ยวหลายที่เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นทะเล (ที่ไหนก็ได้ที่มีมองเห็นหาดทราย ได้ฟังเสียงคลื่นมากระทบหู ลิ้นที่ได้สัมผัสถึงความเค็มที่ไม่แล้งน้ำใจของทะเล จมูกที่สัมผัสลมทะเลมาปะทะอยุ่ทุกเวลา และทุกครั้งที่กระโดดโลดเต้นไปตามคลื่น มันช่วยผ่อนคลายอย่างดีเชียวละครับ) หรือน้ำตก อย่างทีลอซูที่เพิ่งมีเพื่อนไปมา และมาเล่าให้ฟัง อยากไปมากๆที่หนึ่งทีเดียว หรือจะเป็นการขึ้นเขาอย่างเขาค้อที่ได้ยินมาหนาหูทั้งจากศักดิ์ไทย และอื่นๆ โอ้ คิดแล้วก็อยากไปอยู่นะจุดนั้น แม้ว่าสถานที่จะไม่สำคัญเท่ากับคนไปก็ตาม แต่สถานที่ก็ช่วยสร้างเรื่องเล่าให้แก่คนที่ไปได้เช่นกัน ใครอยากไปไหน ชวนได้เลยนะครับ ถ้าอยากได้เพื่อนร่วมเดินทางคือผมคนนี้ ฮ่าๆๆ ถ้าช่วงนั้นไม่มีอะไรทำ หรือขัดสนอะไร จะไปเป็นเพื่อนด้วยครับ ติดต่อได้ทุกวันไม่เว้นวันธรรมดา  (แต่ขอลุยๆนิดนะครับ เพราะอยากไปหลายที่อยู่ ไปดีมากไม่ไหว) อยากไปๆๆๆๆๆๆ
 
          สุดท้ายขอให้ปีใหม่ปีนี้จงประสบแต่ความสุขกันถ้วนหน้า นับแต่บัดนี้ วินาทีนี้ และตลอดไปตราบเท่าที่หัวใจยังเฝ้าใฝ่ฝันที่จะหาความสุข
 
ปล ขอโวยหน่อยเถอะครับ เดี๋ยวนี้จะไปไหนก็ไม่มีถังขยะให้ทิ้ง แม้กระทั่งในห้องน้ำในห้างสรรพสินค้า แล้วเวลาทำธุระเสร็จจะให้เอาทิซซู่ไปทิ้งที่ไหนครับท่าน ถ้าไม่ใช่ชักโครก (แล้วมาติดป้ายกรุณาอย่าทิ้งอะไรลงในชักโครก) แล้วจะให้ทำไงครับ จะให้แบกเอากระดาษชำระที่ใช้เสร็จออกมาจากห้องน้ำ แล้วเก็บกลับบ้านหรือครับพี่น้อง
08 August

โครตรักเอ็งเลยว่ะ

วันก่อนเราได้ไปดูหนังเรื่องนี้มาแหละ เอาจิงๆก็เป็นหนังที่รู้สึกว่าคุ้มกับเงิน 70 บาทอยู่เหมือนกัน แม้ว่าเราจะเป็นคนไม่ค่อยชอบดูหนังเท่าไหร่ และหนังเรื่องนี้ก็ไม่ใช่แบบที่ชอบที่สุด แต่ได้ไปดูหนังเรื่องนี้มาก็รู้สึกว่าเป็นหนังไทยที่ดีเรื่องหนึ่ง แม้ว่าอารมณ์ที่หนังพยายามจะทำแม้มันจะไม่ถึงที่สุด แต่ก็ประทับใจได้ระดับหนึ่งเลยละ เอาจิงๆแล้วก็ไม่ได้อยากอัพบล็อกอะไรมากมาย เพียงแต่ว่าหลายคนกล่าวว่าทำไมไม่อัพเสียที ในที่สุด เพื่อลบคำว่ากล่าวต่างๆแล้ว เราจึงได้เขียนมันขึ้นมา ทั้งๆที่...
 
จับมือ จูงมือ คล้องแขนแล้วดูหนังเรื่องนี้แล้ว น่าจะทำให้คู่รักรู้สึกรักกันมากขึ้นนะครับ
 
แต่คิดๆดูเราว่าเราน่าจะเสนอหนังที่ให้ดูแล้วคนรู้สึกว่า อยากเลิกกันจัง เพราะรู้สึกแบบว่าอิจฉา 555+
 
ใครต่อใครเขาว่าดูละครแล้วให้ย้อนดูตัว แต่เรารู้สึกว่าย้อนดูตัวแล้วมีแต่เรื่องเศร้าๆ คิดแล้วก้รู้สึกว่าตัวเองช่างอ่อนหัดเหลือเกิน
 
ปล. เวลานี้หลายคนกำลังเริ่มที่จะสอบแล้ว ยังไงก็ดูแลสุขภาพตัวเองดีๆนะครับ อย่าหักโหมจนเกินไปละ อากาศช่วงนี้เปลี่ยนแปลงบ่อย ก่อนนอนอย่าลืมห่มผ้าด้วยนะครับ จากเด็กน้อยสู่...
12 April

ไปไหน ไปเที่ยว ไปกัน ไปลาว

หลังจากที่ไม่ได้เขียนบล็อกอันนี้เสียนาน หลายๆอย่างได้เกิดขึ้นท่ามกลางเวลาที่หมุนโดยไม่หยุดนิ่งในแต่ละวินาที ได้เดินทางไปสู่โลกในความฝัน และก็ตื่นกลับมายังโลกแห่งความจริง และหลังจากหยุดพักมาช่วงหนึ่ง การเดินทางครั้งใหม่ก็ดูจะเริ่มต้นขึ้นอย่างที่ใจปรารถนา การเดินทางที่แปลกใหม่ กลับไม่ทำให้ใจเราตื่นเต้นเสียเท่าไหร่ หรืออาจจะเพราะการเดินทางก็คือการเดินทาง ครั้งนี้แม้จะเป็นสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน และก็ไม่ได้คิดว่าจะไปเสียด้วย แต่คิดดูอีกที มันก็เป็นการเดินทางที่เราควรที่จะเรียนรู้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ที่เวลาที่เหลืออยู่ของเราอาจจะไม่มีเสียแล้ว (ก้อใครจะไปรู้ละเนอะๆ)

 

ครั้งนี้เป็นการเดินทางที่คนน้อยอีกครั้ง คือไปกันเพียงแค่สองคนเท่านั้น มันก็ทั้งดีและเสียเช่นกัน เนื่องจากการที่ไปสองคน ชายทั้งคู่ ก็คงจะสะดวกในการเคลื่อนย้ายตัว รวมถึงการหลับนอน ไม่นับการกินที่เราออกจะเป็นคนเรื่องมากอยู่พอสมควร และก็คงจะง่ายเรื่องค่าเดินทางที่อย่างน้อยก็มีคนช่วยหาร ดีกว่าไปคนเดียวแน่ๆ แต่ก็นะ ถ้าไปกันสองคน ก็ต้องคิดต่อละว่า คุยอะไรกันดี แต่ไงๆก็ดีกว่าคุยคนเดียวแน่ๆ

 

จากที่เคยคิดว่า ไม่น่าจะเดินทางไปต่างประเทศ เพราะคิดว่าการที่มีภาษาเป็นตัวกั้นกลาง ทำให้มันยากสำหรับการเดินทางของเรา แต่ไปครั้งนี้อาจจะไม่มีอะไรที่ลำบากมาก เพราะภาษาไทยก็น่าจะพอคุยกันได้บ้างละน่า และอีกอย่างครั้งนี้เวลาที่มีอยู่น้อย เราก็อยากที่จะลองเรียนรู้ หาอะไรแปลกๆใหม่ๆในชีวิตเช่นกัน ไหนๆมันก็น่าจะเป็นซัมเมอร์สุดท้ายของป.ตรีทั้งที

 

แต่ครั้งนี้ก็จุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง ไปเก้าวัน มาพัก 2 วันเต็ม ก็เดินทางต่ออีก 7 วัน ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะเรา ท่าทางจะเที่ยวเก่งขึ้นทุกวันๆ

 

ไงๆก็ขอให้ให้ทุกคนโชคดีกับการเดินทางของตัวเอง เพื่อแต่งเติมสิ่งใหม่ๆให้กับตัวเองนะครับ ขอให้สนุกกับทุกการเดินทางนะเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ

02 Februar

ขอถามบ้างละกัน

จะขอเป็นคนเลว ที่รักเธอที่สุด ถึงใครจะมองแบบไหน ไม่ขอเป็นคนดีที่รักเธอไม่ได้ ไม่อยากเป็นคนดีที่ไม่มีความสุข

 

คือตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่า เราควรที่จะเลือกเป็นคนดี หรือคนเลวดี

 

แต่ตอนนี้เริ่มอยากเป็นคนเลวมากขึ้นๆทุกทีละ แค่อยากถามว่าคุณคิดอย่างไรเท่านั้นเอง

 

อธิบายเพิ่มเติม
 
การเป็นคนเลว คือการในสิ่งที่อยากจะทำ แต่คนที่เรารักจะไม่มีความสุข ซึ่งนั่นก็ไม่มั่นใจว่าถ้าทำจริงเรามีความสุขหรือป่าว กับการเป็นคนดี ที่ทำให้เขามีความสุข(คิดว่า) แต่เราก็ไม่ได้ทำสิ่งที่อยากทำและไม่มั่นใจว่าจะมีความสุขหรือไม่
23 Januar

สองอาทิตย์แห่งการเดินทาง

ใครต่อใครถ้าสังเกตกันบ้าง ก็จะพบว่า สองอาทิตย์แล้วที่ไม่ได้เข้ามาเล่นเอ็มในช่วงวันศุกร์เสาร์ อาทิตย์เลย ซึ่งนั่นก็เพราะว่าเราไม่อยู่บ้านนั่นเอง ...แบบว่าผมไปเที่ยวนะครับ

 

เริ่มจากอาทิตย์ก่อนเราไปหนองคายมาแหละ เป็นการไปเยี่ยมค่ายครั้งแรกจากค่ายที่เคยไปมา ค่ายครั้งนี้เคยไปออกตอนช่วงเดือนตุลาคมเมื่อสองปีที่แล้ว(ตอนเราอยู่ปีสองนะ) ค่ายหนองคายเป็นค่ายที่สองที่เราได้ไปค่ายรัฐฯ ค่ายนี้เป็นค่ายที่จะติดอยู่ในความทรงจำค่ายหนึ่ง มีเรื่องราวที่น่าจดจำอยู่หลายเรื่องด้วยกัน การกลับไปครั้งนี้ เราเดินทางวันศุกร์กัน 7 คน ได้แก่ โอม โอ๋ พี่สอ บาส แล้วก็2แพร ส่วนตัวละครในเรื่องคนที่แปดได้ไปก่อนแล้วตั้งแต่วันพฤหัส นั่นคือพี่พนายนั่นเอง ดูพี่เขาเยี่ยมมากเดินทางไปคนเดียว แล้วก็ไปแบบว่าลงที่หนองคายแล้วก็เดินบ้าง โบกรถไปบ้างจนไปถึงหมู่บ้านโนนประเสริฐ ซึ่งเป็นหมู่บ้านสุดท้าย การไปขอเราดูจะแตกต่างไปบ้าง เนื่องจากว่าเราไม่ได้ลงที่หนองคายเลย แต่ไปเที่ยวบ้านเพื่อนโอ๋ก่อน ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่าตอนเช้าที่นั่นเราได้กินอย่างเต็มคราบเลย ขอบคุณพ่อโอ๋มากๆ ไปอุดร ขาดแค่อย่างเดียวอะ ไม่ได้เจอน้องสาวโอ๋ ฮิๆๆ

 

พอเข้าไปถึงหมู่บ้านความรู้สึกเก่าๆก็ค่อยๆกลับคืนมา ทั้งพ่อทั้งแม่ที่เคยไปอยู่ พอไปถึงก็อยู่กันที่นา แต่การตอนรับต่างๆยังคงดูอบอุ่นเหมือนเมื่อก่อน และที่ประทับใจมากๆก็คือ เด็กๆที่นี่ยังคงน่ารักสดใสเหมือนเดิม แถมเด็กที่นี่ต่างพากันจำเราได้ แม้เราจะจากไปแล้วถึงสองปีก็ตาม แต่เราก็ล้วนจำเด็กกว่า30คนได้บ้างไม่ได้บ้างเท่านั้นเอง แล้ววันอาทิตย์ที่เด็กๆฉลองวันเด็กมีการแสดงมากมาย แม้ว่าดนตรีจะขาดๆช่วงอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตามงานก็ยังสนุกและผ่านไปได้ด้วยดี ...จากการไปเยี่ยมค่ายมาสามครั้ง คิดๆแล้ว ค่ายเชียงราย สักวันๆเราจะต้องกลับไปเช่นกัน

 

มาวันพฤหัสที่ผ่านมาเราได้เดินทางเส้นใหม่ ไปที่ภูกระดึงโดยโดดวันศุกร์ เผื่อที่จะอยู่บนภูให้เต็มที่ ได้เดินทางท่องให้ทั่วทั้งภู สองคืนที่นั่นก็นับว่าเหนื่อยอยู่เหมือนกัน ถ้าสักสามวันละก็คงจะสบายกว่านี้ เพราะว่ากระเป๋าคงจะแฟบไม่เหลือแน่ๆ เพราะอาหารที่นั่นแพงขึ้นตามระยะทางจริงๆ และวันหนึ่งเดินกว่า30กิโลเมตร แล้วคิดดูสิ ตัวขนาดเราต้องกินแค่ไหนกับพลังงานที่ต้องเสียไป แต่เราก็ได้อะไรหลายๆอย่าง ได้รู้จักเพื่อนร่วมทางในเรื่องต่างๆมากขึ้น เพราะคงได้ใช้เวลาร่วมกันละมั้ง อืม ทริปนี้มีพี่ดา พี่สอ บาส นู๋เหมียว แพร รวมเราก็หกคนพอดี เราว่าหกคนกำลังพอดีเหมือนกันนะ เคลื่อนตัวอะไรก็สะดวก แถมเป็นคู่ๆบัดดี้ด้วย

 

อีกเรื่องหนึ่งที่รู้สึกดี คือไปภูครั้งนี้ได้เจอสาวน่ารักๆอยู่คนหนึ่ง ซึ่งก็ไม่มีอะไรหรอก เพียงแค่อยากหาอะไรมองบ้างเท่านั้นเอง ถ้าถามว่าน่ารักไหมก็คงให้ได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะที่สุดตอนนี้มันมีแค่คนเดียว (555เริ่มเพ้อ บรรยากาศมันให้เหมือนกันนะที่นั่นอะ) คนนั้นที่น่าสนใจเพราะว่ามีคนในกลุ่มใส่เสื้อเชียร์มธ.ด้วยก็เลยคิดว่ารู้สึกเหมือนมีพวก ทั้งๆที่แบบว่ามีเด็กใส่เสื้อเชียร์อยู่หลายกลุ่มอะนะ แต่ตอนเดินลงแบบว่าเจออีกกลุ่มหนึ่งที่สวนกันแบบว่าผู้หญิงที่เดินๆมาดูน่ารักไปหมด อยากอยู่ต่อเลยนะเนี่ย อะนะแต่นั่นก็ล้อเล่นละ

 

สุดท้ายเหตุผลที่เราเดินทางเราว่าไม่ใช่เพราะสถานที่ที่ไปเท่าไหร่หรอก หากแต่เป็นเพื่อนร่วมทางมากกว่า สำหรับเรา พระอาทิตย์จะขึ้นจะตกที่ไหนก็ยังคงเป็นพระอาทิตย์เหมือนกัน ดวงดาวมองขอแค่ให้เห็นที่ไหนก็ยังคงเป็นดาวดวงเดียวกัน หากแต่ว่าสิ่งที่สำคัญสำหรับการเดินทาง คือช่วงเวลาที่เรากับผู้ร่วมเดินทางได้ก้าวข้ามไปสู่โลกอีกใบหนึ่ง ได้เห็นอะไรร่วมกัน ได้ทำอะไรร่วมกัน ได้พูดคุยกัน ได้รู้จักกันและกันมากขึ้น นี่ต่างหากที่จะทำให้การเดินทางมีคุณค่าสำหรับเรา

 
Dieser Space enthält keine Musiklisten.
Foto 1 von 1
Weitere Alben (1)